Showing posts with label วิถีบ้านๆ. Show all posts
Showing posts with label วิถีบ้านๆ. Show all posts

Monday, April 22, 2013

"หวาก" หรือ "น้ำตาลเมา" การเดินทางของมิตรภาพ ใต้ต้นโหนด

 

ในยามบ่ายวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2556 ที่บ้านสะพานไม้แก่ อ.จะนะ จ.สงขลา อากาศร้อนอบอ้าวมาก ผมและน้องโต(น้องชายพี่ไพร) ได้ชวนกันไปในสวนยางพารา ซึ่งมีทีมงานกำลังเลื่อยไม้อยู่ นันคือ คุณยาน


เราเดินทางไปถึงก็พบว่า มีทีมงานอยู่ก็คือ พี่ธิ พี่อุ้ม พี่ช่วย นายอึ่ง คุณยาน และ เด็กชายสีคราม กำลังอยู่ที่นั่น ซึ่งพวกเขากำลังเลื่อยแปรรูปเศษไม้อยู่

แต่ที่เขาขาดไม่ได้ในการนี้คือ เขากำลังดื่มน้ำตาลเมา(หวาก)อยู่ พอผมไปถึงก็เหลือแค่ สองสามลิตร ซึ่งเมื่อสหายเดินทางไปถึง ทีมงานก็เรียกดื่มทันที ผมไม่ลังเลใจ ฮ่าๆๆๆ ยอมรับว่าชอบในรสของมัน ส่วนโตปฏิเสธที่จะดื่ม เพราะมากับหลานตัวน้อย ชื่อลีโอ ทีมงานก็ไม่ได้เร่งรัดให้ดื่มแต่อย่างไร ดื่มไปสักพักน้ำตาลก็หมด ก็ต้องออกไปหามาเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับความเมาละครับ


พี่ช่วยขันอาสาไปขึ้นต้นโหนด(ต้นตาล) เพราะว่า เจ้าของน้ำตาล คือ คุณยาน ได้ดื่มน้ำเมาไปตั้งแต่ไก่โห่ ไม่อยู่ในสภาพที่จะขึ้นได้ พี่ช่วยเลยต้องเป็นผู้ช่วยไปจัดการแทน


พี่ช่วยเดินนำหน้าไป สีคราม ลุกวิ่งตามไปทันที ในตอนนั้น ผมไม่ช้าอยู่ใย ผมก็คว้ากล้องที่พกติดตัวมา เดินตามไปอย่างไม่ลังเลใจ


พอไปถึงต้นโหนด พี่ช่วยซึ่งใส่สะโหร่ง ปีนขึ้นต้นโหนดยังกะลิงตัวเปล่า ใช้เวลาไม่กี่อึดใจก็ไปถึงยอดโหนด แล้วก็จัดแจงริน น้ำตาลที่ได้บนยอดเน้ำตาลทรวมกัน ตามที่ผมสังเกต เห็นอุปกรณ์ที่ใช้รองรับหยดน้ำตาล สามสี่ชิ้น


พี่ช่วยใช้เวลาอยู่บนยอดตาล ทำอะไรต่างๆนานประมาณ สิบนาที ก็ จัดการมัดน้ำตาลที่เทรวมอยู่ในแกนลอน ขนาด ห้า ลิตร หย่อนลงมา ผมรีบแก้มัดเชือกที่ผูก แล้วเอามาตั้งไว้บนคันดิน แล้วก็ชื่นชมมัน


สักพักพี่ช่วยก็ปีนลงมาจากต้นโหนด แล้วก็หยิบแกนลอนน้ำตาล เดินนำหน้าไป สีครามก็เดินตามไป แล้วก็ตามด้วยผม พอไปถึง ก็ดำเนินการทำมารยาทของนักดื่มน้ำตาล


โตขอตัวกลับ ผมและทีมงานร่ำน้ำตาลจนหมด พร้อมด้วยได้ปลาดุกจากบ่อคุณยานมาแกล้ม น้ำตาลหมดคนยังไม่หมด พี่อุ้ม ต้องออกเดินทางไปซื้อเบียร์และหยิบกีตาร์ตัวโปรดของผมจากที่บ้านมาด้วย
  

วันนั้น ผมมีความสุขมากที่ได้รับการต้อนรับจากมิตรภาพและไมตรีดีๆ ของ ทีมงาน โหนดเจ้ายาน ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย



Tuesday, January 01, 2013

จับ"ปลาข่อน"



     ย่างเข้า "ฤดูหนาว" ที่ผมคาดหวังว่าจะหนาว คราวนั้น ผมกลับบ้านไปช่วงเทศกาลออกพรรษา ปี 2555 ฤดูกาลที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ทำให้ที่บ้านผมนั้นทำนาเสร็จอย่างรวดเร็ว ก่อนวันออกพรรษาตั้ง 1 วัน ที่เสร็จเร็วๆแบบนี้ ก็อาศัยคนเหล็กมาเกี่ยวให้ละครับ (แม่เป็นคนจัดการทั้งหมด)
 
     เช้าวันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 ผมกระตือรือร้น ที่จะตื่นมาเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ และ อยากจะย้อนวันวานที่เหมือนจะหวานอยู่อีกครั้ง ความคิดในวัยเยาว์ได้ผลุบๆโผล่ๆ เข้ามาในหัว ผมถือกล้อง(เก็บหลักฐาน) และ ถังสี เดินลงทุ่งนา พร้อมกับหลานชายวัยรุ่นสไตล์นิโกร ชื่อ "ยู" วิ่งนำหน้าผมไปเพื่อเป็นการแสดงว่า เขาได้เจอสิ่งที่ผมอยากจะสัมผัสอย่างมากก่อนตัวผม.........

     สภาพน้ำน้อยๆ แห้งขอด แบบนี้ ภาษาอีสานเขาเรียกว่า "น้ำข่อน" ซึ่งหมายถึง บริเวณที่น้ำเกือบจะแห้งแล้ว แต่ไปรวมอยู่มุมใดมุมหนึ่งของทุ่งนา ซึ่งมีบริเวณที่เป็นหลุมและต่ำกว่า ทำให้น้ำมากระจุกอยู่บริเวณนี้

     เสียงดัง แกร็ดๆ ๆ ๆ ๆ ออกมาจากน้ำข่อน นั่นหมายถึงว่า มี "ปลาข่อน" อยู่ บางท่านไม่เคยได้ยินอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นปลาสายพันธุ์ใหม่ "ยู" ไม่รอช้าลงจับปลาข่อนทันที ด้วยความกระตือรือร้นเป็นพิเศษ


     ไม่นานนัก หลานของผมก็เริ่มอวด "ปลาข่อน" ..... "น้าเทียม ยูได้ตัวใหญ่กว่า หลายกว่า....." เสียงจากหลานชายของผม

     ผมและหลานชาย ช่วยกันจับ ปลาที่ได้ก็ได้แ่ก่ ปลาหมอ ปลาช่อน ปลาดุก แต่มีแต่ตัวเล็กๆ สาเหตุก็เพราะว่าฝนมาช้าและไม่ต่อเนื่องทำให้ปลาออกมาไข่ในช่วงฤดูน้ำหลากช้า และลูกปลาก็ใช้ระยะเวลาเติบโตไม่นาน
     สักพักหนึ่ง ปลาก็หมด แต่แค่นี้ ก็อิ่มกันทั้งครอบครัวแล้ว ผมและหลานจึงกลับมาล้างแขนและขา แต่หลานของผม จัดหนักละครับงานนี้ ลงว่ายน้ำในบ่อปลา สบายใจก่อนไปโรงเรียนซะงั้น

     นี่ก็เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆ จากวิถีชีวิต คนชนบท อย่างผมและหลาน ซึ่งในปัจจุบัน คนที่เข้ามาอยู่ในสังคมเมืองยากที่จะสัมผัสและเข้าใจได้ถึงความสุขตามวิถีนี้ .....
 คุณแม่ ก้มหน้าก้อมตาไม่มองกล้องเลย....


     ผมไม่ได้ไปจับแค่วันเดียวนะครับ เพราะน้ำไม่ได้แห้งพร้อมกันซะทีเดียว ผมใช้เวลาจับหลาข่อนประมาณ เกือบสัปดาห์ ไปจับคนเดียวมั่ง ไปจับกับ "คุณแม่ของผม" มั่ง.................เอาเป็นว่า กินข้าวกับปลาจนเบื่อกันเลยละครับ แถมยังได้แบ่งปันเพื่อนบ้านอีกเพราะกินไม่หมด...............


     บ่ายๆ วันที่ 12 เดือนนั้นเอง ผมก็ต้องกลับมา สมุทรปราการเพื่อดำเนินตามวิถี....ที่ไม่อยากเป็นต่อไป...เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น (หรือเปล่า....???)

กระเทียม 1 มกราคม 2556 เขียนที่ บางโฉลง