Monday, April 22, 2013

"หวาก" หรือ "น้ำตาลเมา" การเดินทางของมิตรภาพ ใต้ต้นโหนด

 

ในยามบ่ายวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2556 ที่บ้านสะพานไม้แก่ อ.จะนะ จ.สงขลา อากาศร้อนอบอ้าวมาก ผมและน้องโต(น้องชายพี่ไพร) ได้ชวนกันไปในสวนยางพารา ซึ่งมีทีมงานกำลังเลื่อยไม้อยู่ นันคือ คุณยาน


เราเดินทางไปถึงก็พบว่า มีทีมงานอยู่ก็คือ พี่ธิ พี่อุ้ม พี่ช่วย นายอึ่ง คุณยาน และ เด็กชายสีคราม กำลังอยู่ที่นั่น ซึ่งพวกเขากำลังเลื่อยแปรรูปเศษไม้อยู่

แต่ที่เขาขาดไม่ได้ในการนี้คือ เขากำลังดื่มน้ำตาลเมา(หวาก)อยู่ พอผมไปถึงก็เหลือแค่ สองสามลิตร ซึ่งเมื่อสหายเดินทางไปถึง ทีมงานก็เรียกดื่มทันที ผมไม่ลังเลใจ ฮ่าๆๆๆ ยอมรับว่าชอบในรสของมัน ส่วนโตปฏิเสธที่จะดื่ม เพราะมากับหลานตัวน้อย ชื่อลีโอ ทีมงานก็ไม่ได้เร่งรัดให้ดื่มแต่อย่างไร ดื่มไปสักพักน้ำตาลก็หมด ก็ต้องออกไปหามาเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับความเมาละครับ


พี่ช่วยขันอาสาไปขึ้นต้นโหนด(ต้นตาล) เพราะว่า เจ้าของน้ำตาล คือ คุณยาน ได้ดื่มน้ำเมาไปตั้งแต่ไก่โห่ ไม่อยู่ในสภาพที่จะขึ้นได้ พี่ช่วยเลยต้องเป็นผู้ช่วยไปจัดการแทน


พี่ช่วยเดินนำหน้าไป สีคราม ลุกวิ่งตามไปทันที ในตอนนั้น ผมไม่ช้าอยู่ใย ผมก็คว้ากล้องที่พกติดตัวมา เดินตามไปอย่างไม่ลังเลใจ


พอไปถึงต้นโหนด พี่ช่วยซึ่งใส่สะโหร่ง ปีนขึ้นต้นโหนดยังกะลิงตัวเปล่า ใช้เวลาไม่กี่อึดใจก็ไปถึงยอดโหนด แล้วก็จัดแจงริน น้ำตาลที่ได้บนยอดเน้ำตาลทรวมกัน ตามที่ผมสังเกต เห็นอุปกรณ์ที่ใช้รองรับหยดน้ำตาล สามสี่ชิ้น


พี่ช่วยใช้เวลาอยู่บนยอดตาล ทำอะไรต่างๆนานประมาณ สิบนาที ก็ จัดการมัดน้ำตาลที่เทรวมอยู่ในแกนลอน ขนาด ห้า ลิตร หย่อนลงมา ผมรีบแก้มัดเชือกที่ผูก แล้วเอามาตั้งไว้บนคันดิน แล้วก็ชื่นชมมัน


สักพักพี่ช่วยก็ปีนลงมาจากต้นโหนด แล้วก็หยิบแกนลอนน้ำตาล เดินนำหน้าไป สีครามก็เดินตามไป แล้วก็ตามด้วยผม พอไปถึง ก็ดำเนินการทำมารยาทของนักดื่มน้ำตาล


โตขอตัวกลับ ผมและทีมงานร่ำน้ำตาลจนหมด พร้อมด้วยได้ปลาดุกจากบ่อคุณยานมาแกล้ม น้ำตาลหมดคนยังไม่หมด พี่อุ้ม ต้องออกเดินทางไปซื้อเบียร์และหยิบกีตาร์ตัวโปรดของผมจากที่บ้านมาด้วย
  

วันนั้น ผมมีความสุขมากที่ได้รับการต้อนรับจากมิตรภาพและไมตรีดีๆ ของ ทีมงาน โหนดเจ้ายาน ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย



Thursday, January 03, 2013

การ"ทำสี" และ "ทาสี" ดิน

 การทำสีดิน หรือ สีธรรมชาติ ไม่รอช้าลงมือทำกันเลยดีกว่า


เริ่มจาก มาเตรียมอุปกรณ์ และลงมือทำกันเลยดีกว่

1. เตรียมดิน เลือกดิน ตามสีที่ต้องการหาได้ตามธรรมชาติ แต่ดินที่นำมาทำสีต้องทำการร่อนให้มีขนาดละเอียดเสียก่อน ถึงจะดีและสวย

2.ทรายละเอียด (ทรายที่ได้จากการร่อน)


3. เตรียมกาว หรือ แป้งข้าวเหนียวต้ม ที่ผมใช้เพราะหาซื้อง่ายตามท้องตลาด และ ราคา ไม่แพง ใครจะใช้แป้งอย่างอื่นแทนก็ได้ตามที่ท้องถิ่นนั้นหาง่ายสะดวก แต่ผมเคยทำแต่แบบนี้ เวลาต้มต้องทำการต้มให้ได้แป้งข้าวเหนียวอย่าให้มันเหนียวถึงขนาดเป็นก้อน เวลาผสมกับดินจะเข้ากันได้ยาก


4. นำดินที่ร่อนเรียบร้อยใส่กาละมังที่เตรียมไว้ แล้วเทน้ำสะอาด(น้ำเปล่า)ลงไปในดินเพื่อให้น้ำได้เปียกทั่วถึงดิน หรือ ทำการคนเพื่อย่นระยะเวลา ปล่อยทิ้งไว้ให้ตกตะกอนให้หมด แล้วทำการเทน้ำทิ้งให้เหลือแต่ดินที่ตกตะกอนซึ่งมีลักษณะเปียก ง่ายต่อการผสมกับกาวที่เตรียมไว้


 5. หลังจากนั้นก็ทำการเทกาวที่เราได้เตรียมไว้ลง ผสมกับดินที่ได้จากขั้นตอนที่ 4 คลุกเคล้าให้เข้ากัน ผสมให้มีลักษณะให้เหมือนสีทาบ้านที่สุด แต่โดยทั่วไปจะมีลักษณะข้นกว่า เมื่อผสมเข้ากันได้ดีแล้ว ก็เททรายลงไปผสมด้วยในปริมาณ ประมาณ 1 ใน 10 ของดิน ทรายมีคุณสมบัติช่วยลดการแตกของดินหลังจากที่ทาสีเสร็จ (ใส่ทรายมากไปก็ร่อนง่าย น้อยไปก็อาจจะทำให้เกิดรอยร้าว)

     สีที่ดีต้องเหลว พอเหมาะ ถ้าเนื้อดินมากเกินไป เวลาทาสี จะยาก และเวลาทาจะทำให้หนา ผลที่ตามมาคือ มีรอยร้าว




 6. ทำการลงมือทาสี ด้วยมือ จากประสบการณ์ที่เคยทาสีบ้านมาซึ่งต่อจากกระบวนการ ฉาบด้วยดิน แต่กระบวนการฉาบด้วยดินเป็นการปรับพื้นให้เรียบในเบื้องต้น แต่ผนังก็มีรอยร้าวเล็กๆอยู่ ดังนั้นต้องทำการทาสีเพื่อให้บ้านดูสวยงามและปกปิดรอยแตกร้าวเล็กๆเหล่านั้น


ภาพก่อนทาสี (หลังจากฉาบแล้ว)


ภาพหลังทาสี


     เป็นยังไงบ้างครับ ผมเองหวังว่าสหายท่านที่มาอ่านบทความนี้คงจะเข้าใจในเบื้องต้น ได้พอสมควร แต่ถ้าจะให้ได้ความรู้จริงๆต้องลงมือปฏิบัติครับผม....

Tuesday, January 01, 2013

จับ"ปลาข่อน"



     ย่างเข้า "ฤดูหนาว" ที่ผมคาดหวังว่าจะหนาว คราวนั้น ผมกลับบ้านไปช่วงเทศกาลออกพรรษา ปี 2555 ฤดูกาลที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ทำให้ที่บ้านผมนั้นทำนาเสร็จอย่างรวดเร็ว ก่อนวันออกพรรษาตั้ง 1 วัน ที่เสร็จเร็วๆแบบนี้ ก็อาศัยคนเหล็กมาเกี่ยวให้ละครับ (แม่เป็นคนจัดการทั้งหมด)
 
     เช้าวันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 ผมกระตือรือร้น ที่จะตื่นมาเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ และ อยากจะย้อนวันวานที่เหมือนจะหวานอยู่อีกครั้ง ความคิดในวัยเยาว์ได้ผลุบๆโผล่ๆ เข้ามาในหัว ผมถือกล้อง(เก็บหลักฐาน) และ ถังสี เดินลงทุ่งนา พร้อมกับหลานชายวัยรุ่นสไตล์นิโกร ชื่อ "ยู" วิ่งนำหน้าผมไปเพื่อเป็นการแสดงว่า เขาได้เจอสิ่งที่ผมอยากจะสัมผัสอย่างมากก่อนตัวผม.........

     สภาพน้ำน้อยๆ แห้งขอด แบบนี้ ภาษาอีสานเขาเรียกว่า "น้ำข่อน" ซึ่งหมายถึง บริเวณที่น้ำเกือบจะแห้งแล้ว แต่ไปรวมอยู่มุมใดมุมหนึ่งของทุ่งนา ซึ่งมีบริเวณที่เป็นหลุมและต่ำกว่า ทำให้น้ำมากระจุกอยู่บริเวณนี้

     เสียงดัง แกร็ดๆ ๆ ๆ ๆ ออกมาจากน้ำข่อน นั่นหมายถึงว่า มี "ปลาข่อน" อยู่ บางท่านไม่เคยได้ยินอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นปลาสายพันธุ์ใหม่ "ยู" ไม่รอช้าลงจับปลาข่อนทันที ด้วยความกระตือรือร้นเป็นพิเศษ


     ไม่นานนัก หลานของผมก็เริ่มอวด "ปลาข่อน" ..... "น้าเทียม ยูได้ตัวใหญ่กว่า หลายกว่า....." เสียงจากหลานชายของผม

     ผมและหลานชาย ช่วยกันจับ ปลาที่ได้ก็ได้แ่ก่ ปลาหมอ ปลาช่อน ปลาดุก แต่มีแต่ตัวเล็กๆ สาเหตุก็เพราะว่าฝนมาช้าและไม่ต่อเนื่องทำให้ปลาออกมาไข่ในช่วงฤดูน้ำหลากช้า และลูกปลาก็ใช้ระยะเวลาเติบโตไม่นาน
     สักพักหนึ่ง ปลาก็หมด แต่แค่นี้ ก็อิ่มกันทั้งครอบครัวแล้ว ผมและหลานจึงกลับมาล้างแขนและขา แต่หลานของผม จัดหนักละครับงานนี้ ลงว่ายน้ำในบ่อปลา สบายใจก่อนไปโรงเรียนซะงั้น

     นี่ก็เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆ จากวิถีชีวิต คนชนบท อย่างผมและหลาน ซึ่งในปัจจุบัน คนที่เข้ามาอยู่ในสังคมเมืองยากที่จะสัมผัสและเข้าใจได้ถึงความสุขตามวิถีนี้ .....
 คุณแม่ ก้มหน้าก้อมตาไม่มองกล้องเลย....


     ผมไม่ได้ไปจับแค่วันเดียวนะครับ เพราะน้ำไม่ได้แห้งพร้อมกันซะทีเดียว ผมใช้เวลาจับหลาข่อนประมาณ เกือบสัปดาห์ ไปจับคนเดียวมั่ง ไปจับกับ "คุณแม่ของผม" มั่ง.................เอาเป็นว่า กินข้าวกับปลาจนเบื่อกันเลยละครับ แถมยังได้แบ่งปันเพื่อนบ้านอีกเพราะกินไม่หมด...............


     บ่ายๆ วันที่ 12 เดือนนั้นเอง ผมก็ต้องกลับมา สมุทรปราการเพื่อดำเนินตามวิถี....ที่ไม่อยากเป็นต่อไป...เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น (หรือเปล่า....???)

กระเทียม 1 มกราคม 2556 เขียนที่ บางโฉลง

Thursday, October 18, 2012

การทำซุ้มประตูหน้าต่างโค้ง (Archway)

 
การทำซุ้มประตูหน้าต่างโค้ง

เห็นรูปแล้ว นึกถึง หนังแนวโรมันเลยครับเนี่ย รูปนี้ ......เป็นงั้นไป เอาละครับ  บทความนี้ ผมเขียนขึ้นมาเพราะ ผมไม่เคยลงมือทำ บ้านดินที่มีประตูหน้าต่าง แบบนี้ ผมเลยศึกษาและ เอาความรู้ที่ศึกษามาแบ่งปันกันครับ......

มาดูวิธีการง่ายๆ ครับ

โมเดล ตัวอย่างครับ





ถาม : ทำซุ้มประตูหน้าต่างโค้งอย่างไรนะ ?

ตอบ : ไม่อธิบายดีกว่าครับ แต่จะให้ดูคลิปวีดีโอแทนนะครับ ชัดแจนดี...

ตัวอย่าง ... ตอนท้ายสาเหตุที่ล้ม เพราะ เป็นแบบจำลองที่ไม่ได้เชื่อมด้วยปูน หรือ ดิน เพียงแค่วางเรียงกันและ ใส่ลิ่มเท่านั้น


 




ดูไปแล้ว ง่ายใช่ไหมละครับ ผมเอง หวังว่าบทความนี้ คงเป็นประโยชน์กับผู้อ่านอย่างมากนะครับ เพราะสำหรับผมเองนั้น คิดว่ามันสุดยอดครับ......เจอกัน บทความหน้าครับ

เขียนโดย คนหัวฟู กระเทียม สุรินทร์

ราคาบ้านดิน โดย สยามบ้านดิน

ราคาบ้านดิน Cost of Baandin



ท่านที่คิดสร้างบ้านดิน รบกวนตอบคำถามคร่าว ๆ เหล่านี้ให้ได้ค่ะ
1. ขนาดของบ้านดินที่ต้องการกี่ตารางเมตร
2. มีพื้นที่ใช้สอยอย่างไร เช่น จำนวนห้องน้ำ ห้องนอน ห้องคร้ว ห้องนั่งเล่น เฉลียงหน้าบ้าน-หลังบ้าน จำนวนประตู-หน้าต่าง (ถ้าสามารถบอกได้ว่า ต้องการวัสดุเป็นไม้เนื้อแข็ง ไม้เนื้ออ่อน หรือไม้เก่า ก็จะดีค่ะ) จำนวนสวิทช์ไฟ, ต้องการบ้าน 1 หรือ 2ชั้น  ...

3. หลังคาบ้านดิน เช่น หลังคากระเบื้องลอน หลังคากระเบื้องดินเผา หลังคาไม้ หลังคาหญ้าคา ฯลฯ รวมถึง
4. โครงสร้างหลังคาต้องการโครงสร้างหลั้งคาไม้กลม โครงสร้างหลังคาเหล็ก
5. พื้นบ้าน ท่านต้องการพื้นดิน พื้นปูนขัดมัน พื้นไม้ พื้นกระเบื้อง ฯลฯ
6. โครงสร้างตัวบ้าน เช่น โครงสร้างไม้ไผ่ โครงเหล็ก ฯลฯ
7. งบประมาณ ถ้าคุณกำหนดงบประมาณไว้แล้ว เราสามารถเริ่มต้นที่จุดนี้ พร้อมกับคำตอบในข้อ 1-2 แล้ว
เจ้าหน้าที่สยามบ้านดินก็จะสามารถประเมินราคาบ้านดินพร้อมกับวัสดุที่เป็นไปได้สำหรับงบประมาณนั้น ๆ ค่ะ


คนส่วนใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยกับการตอบคำถามเหล่านี้ ดิฉันขอเสนอว่าลองดูแบบบ้าน หรือแคตตาลอกบ้าน
โครงการต่าง ๆ รวมถึงขนาด และพื้นที่ใช้สอยที่โฆษณาตามหนังสือพิมพ์เป็นตัวอย่าง แล้วประเมินปรับให้เข้ากับความต้องการของตนเอง ก็เป็นวิธีที่ดีนะคะ เมื่อได้คำตอบว่าต้องการขนาดบ้านและใช้สอยอย่างไรแล้ว นำรายละเอียดเหล่านั้นมาเล่า ให้เราฟังอีกที เพื่อประเมินราคาให้ก็ได้ค่ะ เพราะขณะนี้มีผู้สนใจสอบถามราคา สร้างบ้านดินเข้ามาจำนวนมาก ทว่าให้ข้อมูลเพียงว่า จะสร้างบ้านดิน ราคาเท่าไร? ต้องการบ้านดินแบบ 2 ห้องนอน ราคาเท่าไร หรือ บ้านดิน 1 ชั้นราคาเท่าไร บ้านดิน 2 ชั้นราคาเท่าไร หรือ...

มีหลายบทความที่กล่าวว่าบ้านดินมีราคาถูก 30,000-40,000 ก้สร้างได้ จะว่าไปก็ไม่ผิดนักหรอกค่ะ
เพียงแต่ว่าบ้านดินราคานี้จะเป็นบ้านที่เจ้าของสร้างขึ้นเอง ไม่มีค่าแรง ไม่มีกำหนดเวลา ไม่มีฐานรากก็ได้ พร้อม
ยอมรับสภาพได้ถ้ามีเหตุให้บ้านที่ปั้นเองต้องบุบสลาย เพราะต้นทุนไม่สูง ลองปั้นใหม่ได้ แต่ถ้าคุณว่าจ้างสยาม
บ้านดิน สร้างบ้านให้คุณสักหลัง ด้วยงบประมาณต่ำเทียบเท่าคอมพิวเตอร์ 1 ตัว แล้วถ้าบ้านทรุดตัวเพราะไม่มี งบประมาณสำหรับวัสดุโครงสร้้างจำเป็นบางส่วน เราเชื่อว่าเจ้าของบ้านท่านนั้นก็ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะถือว่า ได้ว่าจ้างไปแล้ว

บ้านดินราคาถูกอาจเพราะยังไม่ได้รวมราคาวัสดุสำหรับโครงสร้างบ้าน หลังคา กระเบื้อง การทำพื้น
ประตู-หน้าต่าง ฯลฯ เข้าไปด้วยค่ะ เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกคนอยากได้บ้านที่มีความมั่นคงแข็งแรงไม่ต่างจาก บ้านทั่วไป โดยที่ยังคงมีความงามของบ้านดินที่มีส่วนรักษาสภาพแวดล้อม และอยู่อย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติด้วย ถ้าลองคิดจินตนาการสักนิด การว่าจ้างหน่วยงานใดสร้างบ้านดินขึ้นมา ซึ่งเขาต้องบริหารจัดการ มีช่าง 4-5 คนเป็นอย่างน้อยเพื่อทำงานให้เสร็จงานตามกำหนดเวลาใน 2-3 เดือนแล้ว แต่ถ้าผู้ว่าจ้างผูกใจกับคำว่าบ้านดินราคาถูก เตรียมงบประมาณราว 30,000-40,000 บาท ซึ่งท่านลองคำนวนเฉลี่ยค่าแรงงานคน 4-5 คน กับระยะเวลา 2-3เดือน แล้วจะเห็นว่า ค่าแรงช่างจะได้ราว 2,600 บาท/เดือน/คน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะช่างเองก็อยู่ไม่ได้จากค่าจ้าง และลักษณะงานดังกล่าว (บางโครงการต้องมีช่างสร้างมากกว่า 5 คน)

จากประสบการณ์ของเราเอง พบว่าบางท่านติดต่อกับเราโดยต้องการบ้านขนาด 100 กว่าตารางเมตร แบ่งเป็นหลายห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอยหลายส่วน แต่มีงบประมาณไม่กี่หมื่นบาท เพราะไม่เคยมีใครให้ข้อมูลก่อนว่าการทำบ้านดินให้ออกมา มีความแข็งแรงทนทานจะต้องมีเรื่องของฐานรากและโครงสร้างที่สำคัญประกอบอยู่ด้วย รวมถึงประเภทและยี่ห้อของวัสดุที่ใช้ เช่น กระเบื้องปูพื้น กระเบื้องหลังคา ชักโครก ประเภทของไม้ประตู-หน้าต่าง โครงสร้างที่เลือกใช้ เหล่านี้ล้วนมีส่วนกระทบต่อ ราคาทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี บ้านดินที่เสร็จสมบูรณ์ พร้อมอยู่อาศัยอย่างจริงจังเช่นบ้านทั่วไปนั้นก็ยังมีราคาถูกกว่าบ้านปูนทั่วไป ตั้งแต่ 40%ขึ้นไปค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะถูกกว่าบ้านจัดสรรโครงการต่าง ๆ หลายเท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบถึงขนาด และพื้นที่ใช้สอยที่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น บ้านจัดสรรตามแคตตาลอกทั่วไป ขนาด 100 ตรม. ราคา1,500,000-5,000,000บาท แต่ถ้าสร้างบ้านดินขนาดเท่ากัน พื้นที่ใช้สอยเหมือนกันจะมีราคาราว 600,000 บาทเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับว่าท่านเจาะจงเลือกใช้วัสดุยี่ห้อใด คุณภาพใด เป็นต้น

สำหรับท่านที่ยึดมั่นว่าควรปั้นบ้านดินได้ราคาถูกอย่างที่ศึกษาจากบทความต่าง ๆ เราจึงขอเสนออีกทางเลือกหนึ่ง คือ เข้าอบรม หรือร่วมกิจกรรมอาสาสร้างบ้านดินต่าง ๆ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปสร้างบ้านดินของท่านให้อยู่ในงบประมาณที่ตั้งใจไว้ค่ะ เพราะท่านจะได้ประสบการณ์กับตัวเองและดัดแปลง หรือประยุกต์ใช้วัสดุต่าง ๆ แทนการซื้อหาตามร้านก่อสร้างต่าง ๆ เพื่อให้ได้บ้านดินตามเป้าประสงค์ของตนเองได้

เขียนโดย บ.สยามบ้านดิน จก.

อ้างอิง http://www.siambaandin.com/index.php?option=com_content&task=view&id=28&Itemid=41

ราคาบ้านดิน/ผนังดิน ในนิวซีแลนด์ (งานแปลจากBaandin.org)




ราคาบ้านดินของบริษัทในนิวซีแลนด์ 
เขียนโดย แปลและเรียบเรียงจากหนังสือ โดย ธนา อุทัยภัตรากูร  

จากประสบการณ์ของเรา (http://www.solidearth.co.nz/)
๑ ใน9 ของราคาค่าก่อสร้างทั้งหมดโดยประมาณ เป็นค่าใช้จ่ายในการทำผนังดิน

๘๐๐ - ๑๕๐๐ +GSTี ต่อพื้นที่อาคาร 1 ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับว่าเราลงมือทำเองแค่ไหน
๑๗๐ +GST ต่อพื้นที่ผนัง 1 ตารางเมตร รวมฉาบและทำสี
ราคาประมาณของผู้รับเหมา อ้างอิงจากราคาวัสดุของบริษัท SolidEarth

ราคาของบ้านดินถ้าเทียบกับบ้านธรรมดาทั้วไปจะมีราคาแพงกว่า, แต่บ้านดินมีคุณภาพที่ดีกว่าบ้านไม้ทั่วไป เพราะมีความเป็นฉนวนสูง (ลดค่าใช้จ่ายเพื่อทำความร้อน) และเพราะว่ามันให้บรรยากาศภายในบ้านที่ดีกว่า

ผู้สร้างด้วยตัวเอง

๑ ใน 3 ของค่าก่อสร้างผนังคือค่าแรง คุณจึงสามารถลดค่าใช้จ่ายนี้ได้โดยการสร้างด้วยตัวเอง
ถ้าคุณทำอิฐเอง ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
จากผลการศึกษา
อ้างอิงจาก Website ของ Earth Building Association of New Zealand (www.earthbuilding.org.nz/index.html)
การศึกษาเมื่อปี 1992 ได้ผลเปรียบเทียบด้านล่าง

ผู้สร้างบ้านดินด้วยตัวเอง 520/ตร.ม.
ผู้สร้างบ้านไม้ด้วยตัวเอง 590/ตร.ม.
จ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านไม้ 880/ตร.ม.
จ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านดิน 1000ขึ้นไป/ตร.ม.
หมายเหตุ : ผู้สร้างบ้านดินเองหมายถึงการลงมือทำด้วยตนเอง ยกเว้นงานวางท่อน้ำ สายไฟ ฯลฯ

ขนาดอิฐมาตรฐษนของเรา (http://www.solidearth.co.nz/)
อิฐสี่เหลี่ยม 280 x ๒๘๐ x ๑๓๐ มิลลิเมตร
อิฐก้อนครึ่ง 430 x ๒๘๐ x ๑๓๐ มิลลิเมตร
อิฐครึ่งก้อน 280 x ๑๕๐ x ๑๓๐มิลลิเมตร

ราคา
รวมกับความหนาของดินก่ออีก 20 มิลลิเมตรจะได้ความกว้างต่อก้อนเป็น 300 มิลลิเมตร และความหนา 150 มิลลิเมตร ซึ่งจะช่วยให้สามารถคำนวนจำนวนอิฐที่จะใช้ได้ง่ายขึ้น
ต่อผนัง 1 ตารางเมตร ใช้อิฐ 23 ก้อน

อิฐดินสำหรับทำพื้นของSolidEarth
แผ่นพื้นทำขึ้นโดยใช้มาตรฐานเดียวกับอิฐสำหรับก่อ หลังจากแห้งแล้วเสริมความแข็งโดยใช้น้ำมัน แล้วขัดสำหรับยึคด้วยวัสดุจากธรรมชาติ

ขนาดมาตรฐานของเรา 280 x ๒๘๐ x ๘๐มิลลิเมตร
รวมกับความหนาของดินก่ออีก 20 มิลลิเมตร แผ่นพื้นนี้ออกแบบมาสำหรับวางให้ได้ความสูง 100 มิลลิเมตร แผ่นพื้นนี้สามารถตัดได้ง่าย
พื้น 1 ตารางเมตร ใช้แผ่นพื้น 11-12 ก้อน

ดินฉาบของ SolidEarth
เราเตรียมดินก่อไว้หลากหลายชนิดสำหรับผนังทีต้องการ สี และพื้นผิวที่แตกต่างกัน โดยไม่ทำให้ผนังแตกร้าว

ราคา
อิฐดินสี่เหลี่ยม 3.50 + GST
อิฐก้อนครึ่ง 4.80 + GST
อิฐครึ่งก้อน 2.00 + GST
แผ่นพื้น 3.50 + GST
ดินก่อ 80.00 + GST ต่อหนึ่งคิว
ราคาทั้งหมดไม่รวมค่าขนส่งถึงสถานที่ก่อสร้าง

* หน่วยเงินในบทความนี้ทั้งหมดเป็น ดอลล่าห์นิวซีแลนด์

แปลและเรียบเรียงจากหนังสือ http://www.solidearth.co.nz/index.htm
โดย ธนา อุทัยภัตรากูร

อ้างอิง http://www.baandin.org/web/index.php?option=com_content&task=view&id=87&Itemid=0

Tuesday, September 25, 2012

การฉาบผนังดิน

 

     หลังจากที่ทำการก่อเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็ปล่อยให้แห้งสนิท ก็จะได้ผนังตามรูปนะครับ เห็นไหมครับว่า พื้นผิวของผนังยังไม่เป็นที่ ราบเรียบเท่าใดนัก (ยกเว้นคนชอบงานแบบนี้)



    ทีนี้เรามาว่าเรื่องการฉาบเลยดีกว่า ว่าทำไงกันบ้าง

1. จัดการกับเศษดินที่เป็นส่วนเกิน โดยการ เอาจอบ หน้าเรียบ ขูดผนังเลย ครับ ขุดให้เศษดินที่เป็นส่วนเกินจากการก่อ ออกให้เรียบในระดับหนึ่ง (แย่เลยงานนี้ผมลืมบันทึกภาพเอาไว้)
     สำหรับบ้านของผมด้านในผมฉาบเรียบธรรมดา ด้านนอกเซาะร่อง ทำให้งานมันก็เพิ่มรายละเอียดขึ้นมาครับ
     หลังจากที่ ขูดดินแล้ว ผนังด้านนอกผมก็ทำการเซาะร่องโดยใช้ เสียม ครับ เซาะตามรอยก่อของอิฐดินดิบที่เราก่อไว้ ไม่อยากใช่ไหมครับ โดยความกว้าง และ ลึก ของร่องเอาเป็นว่า ตามความเหมาะสมของ เจ้าของบ้านก็แล้วกัน สวยยังไง ก็เอาตามนั้นว่า ดังภาพครับ

 ด้านนอกบ้าน
 นี่ครับชัด ขูดและเซาะร่องแล้ว แต่ยังไม่ฉาบ
 ผนังด้านใน ขุดแต่ไม่เซาะร่อง

2. จัดการฉาบโดยการ เอาดินส่วนผสมเดียวกับที่เราก่อนั่นแหละ แต่ต้องมีความเหลวกว่า ฉาบด้วยมือ โดย ฉาบจากล่างขึ้นบน ให้ทั่วผนัง หรือเอาง่ายๆ ฉายยังไงก็ได้ให้ทั่วผนัง เพื่อปรับผิวให้เรียบกว่าเดิม ก่อนจะทำการ ฉาบรอบสุดท้าย หรือ ที่เรียกว่า ขั้นตอนการทาสี

เมื่อฉาบเสร็จ ผนังด้านนอก

เมื่อฉาบเสร็จ ผนังด้านใน

     เห็นแล้วเป็นยังไงครับ มันมีรอยร้าวเล็กๆใช่ไหมครับ อย่าตกใจไปครับ เพราะ ยังไม่เสร็จ เหลือขั้นตอนการ ทาสี ผนังอีกครับ.....ติดตามในบทความต่อไปแล้วกันครับ

Friday, September 21, 2012

วิธีการก่ออิฐดินดิบ

     ต่อจากบทความที่แล้ว มาต่อด้วย การก่ออิฐดินดิบ แบบจริงจังกันเลย ขึ้นแรกก็มาดูอุปกรณ์ที่แนะนำเวลาจะใช้ก่อ โดยปกติแล้วงานปูนจะใช้ เกรียงแหลม


      แต่สำหรับ บ้านดิน ใช้มีดพร้าครับ  เอ........................ บางคนชักสงสัยว่าเอามาทำไมล่ะสิครับ  บอกให้เลยนะครับ เอาไว้มา แต่งดินเพราะดินที่ได้อาจจะมีส่วนเกินงอกออกมา หรือ เอาไว้ แบ่งดินออกเป็นส่วนๆ เพราะการก่อบล๊อคโดยทั่วไปจะต้องใช้ครึ่งก้อน หรอื ไม่ถึงครึ่งก้อนอยู่แล้ว
    ต่อมาก็เป็น ถัง ครับ เอาไว้ตักดินมาก่อ เอามาเริ่มวิธีการกันเลย

1. ผสมดิน (เหมือนที่เราทำก้อนอิฐดินดิบ อาจจะเหลวกว่าสักนิดก็ได้)


*** สำคัญมาก สังเกตไหมครับว่า คานบ้านผม กว้างอย่างน้อยก็ 8 นิ้ว เพราะบล๊อคที่ผมทำกว้าง 8 นิ้ว คานที่รับน้ำหนักนี้แนะนำเลยว่าต้อง มีขนาดแข็งแรง รองรับผนังที่มีน้ำหนักมากๆได้อย่างดี คานต้องแยกดินผนังที่ก่อและพื้นดินข้างๆบ้านอย่าให้เชื่อมกันจะดีมาก เพราะเป็นตัวพาความชื้นจากพื้นดินสู่ผนังครับ และที่สำคัญ ถ้า สามารถเทพื้นบ้านไปก่อน ก็ยิ่งดีครับ (สามารถกันปลวกจากพื้นขึ้นมาได้) 

2. เริ่มการก่อ วิธีการก่อก็ใช้มือล้วนๆ วิธีก่อก็เหมือนกับอิฐบล๊อค (บทความที่แล้ว) ดูแล้วง่ายไหมครับ

บ้านผมนั้น ไม่ใช้ สายเส้นเอ็นในการเช็ค และ ดิ่ง ระดับใดๆ เลย สายตาล้วนๆๆๆ ไม่ห่วงครับ




 ตรงเสาผมก็ก่อให้นูนเด่นออกมา เป็นเสาโชว์ ส่วนด้านในก็ราบเรียบ.....


 บ้านผมเป็นบ้านดัดแปลงครับ ใช้เสาช่วยรับน้ำหนัก เพราะบ้านดินปกติ ไม่ต้องใช้เสาครับ เป็นระบบกำแพงรับน้ำหนัก


สำหรับการก็อิฐดินดิบก็ไม่มีไรมาก..........วันนี้ จบแค่นี้แหละนะครับ......

เขียนเมื่อ วัน ศุกร์ ที่  21 กันยายน 2555
เวลาประมาณ 21.00
ณ. บ้านเอื้ออาทร บางโฉลง ครับ...